แนะนำ ประวัติ ผลงาน และทัศนะ

         

  [Home: กลับหน้าแรก] [การศึกษา][ธรรมะกับชีวิต][เศรษฐกิจและการเมือง][พระพุทธอุบัติภูมิ] [50 ผลงานสร้างสรรค์ให้ มสธ.] [ประวัติและผลงาน]

ใบประกาศเกียรติคุณผลงานศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน Who's Who in the World (Twenty Seventh Edition 2010) โดยความเห็นชอบของ  Marquist Who's Who Publication Board สหรัฐอเมริกา ในฐานะผู้ที่สร้างผลงานทางวิชาการ และวิชาชีพดีเด่น และได้บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ ต่อความเจริญของสังคม

Webstats4U - Free web site statistics
Personal homepage website counter

ประวัติและผลงาน

ฉบับย่อ       ฉบับละเอียด

กบถแดง ผู้ก่อการร้าย สื่อและนักวิชาการซาละเปาใส้ถ้่วแดง ตำรวจมะเขือเทศกับทหารแตงโม: โรคร้ายและปัจจัยวิบัติแห่งแผ่นดินที่ต้องขจั้ดผ่าตัดอย่างรีบด้วย

ชาวบางระจันยุคไซเบอร์-ทางออกของแผ่นดิน ที่จะเอาชนะกบถแดงที่มุ่งล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  

สดุดีดวงวิญญาณวีรบุรุษทหารหาญ ผู้เสียชีวิตจากการต่อสู้กับพวกก่อการร้าย และพวกกบถต่อรัฐ เพื่อปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์และแผ่นดินไทย  #15

ยุบสภา-ยุบทำไมยุบเพื่อใคร? #14

หลั่งเลือดทาแผ่นดินและสาบแช่งผู้อื่น ไม่กลัวคำสาปจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองหรือ? #13

มีนาคม 2553--"มีนามหาวิปโยค" หรือ "มีนาสร่างโศก" แห่งแผ่นดิน #13A

ปีเสือ 2553 ขอให้เป็นปีวิบัติแห่งคนชั่วที่โกงชาติโกงแผ่นดิน  (โปรดคลิ้ก)#12

 เจ้ามูลแม้ว-พม่าหรือเขมรกลับชาติมาเกิด? (โปรกดคลิ้ก)

ช่วยคนชั่วกลับครองอำนาจหรือเดินสายขายชาติ?

ช่วงเข้าพรรษาตรงกับประเทศไทย หรืออินเดีย?-ปฎิทินจันทรคติที่ใช้ในพระพุทธศาสนา เป็นของชาติใด?

หนึ่งร่องรอยที่แสดงว่าพระพุทธศาสนามิได้เกิด

ในอินเดียหรือเนปาลแต่เกิดในประเทศไทย (ศุภกฤษฎิ์ มหารักขกะ)

สังคมการเมืองไทย:สังคมวิกฤตคุณธรรม

สังคมเมืองสารขัณฑ์สับสนอับจนคุณธรรม:ผู้นำ ผู้ตามไร้วุฒิภาวะและสามัญสำนึกหรือไม่?

คุณธรรมจริยธรรมนักการเมือง: เงื่อนไขความสำเร็จในการบริหารบ้านเมือง   

มติหวยบนดิน:ตราบุญหรือตราบาปของรัฐสภา?  

วปอ.กับงานป้องกันราชอาณาจักร: บัณฑิตได้ทำหน้าที่ปกป้องราชอาณาจักร์แล้ว หรือยัง?

บทความเก่า 2549-51

ประชาธิปไตยเมืองไทยแบบพรรคเดียว กำลังละม้ายสถานการณ์อดีตเผด็จการประชาธิปไตย ของอินโดนีเซีย 

“เศรษฐาณานิคม”: วิวัฒนาการการล่าอาณานิคมจาก“อิสต์อินเดีย” ของอังกฤษในยุคเดิม มาเป็น“เทมาเสก”ของสิงคโปร์ในยุคโลกาภิวัฒน์  

  ดร.ทักษิณเก่งจริงหรือมีอะไรเป็นปัจจัยเกื้อหนุน- -บุญวาสนา ความสามารถ โอกาส หรือการผู้ขาด?   

สาระสำคัญที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ: สาระที่อาจต้องใช้อำนาจตามมาตรา 7เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมือง    

คุณลักษณะ ๑๐ ประการสำหรับผู้นำประเทศ   

ผู้ว่าซีอีโอ-ความสับสนในการบริหาร ราชการแผ่นดิน ระหว่างการบริหารราชการกับการบริหารราชกิจ  

วิกฤตค่านิยม--สามเหรียญ สามค่า สาเหตุแห่งความขัดแย้งความเก่งกับความดี ความร่ำรวยกับความพอเพียง และความรักปกป้องตนเองกับพวกพ้อง กับความรักปกป้องชาติ   

 โปรดแสดงความคิดเห็น

  บทความใหม่

 เสรีภาพทางวิชาการ-มีมากมายถึงกับจะพูดเข้าข้างศัตรูของชาติและท้าทายกฎหมายเชียวหรือ?

โดย

กุหลาบแดง #22

ไม่กี่วันมานี้ นักวิชาการไทยกลุ่มหนึ่งที่ได้รับทุน 7.1 ล้านบาท เพื่อศึกษาปัญหาขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมรและได้เขียนรายงานสรุป เข้าข้างเขมรว่า ประเทศไทยได้เสียอธิปไตยเหนือดินแดนที่เป็นพื้นที่ในราชอาณาจักรไทยให้เขมรไปแล้ว หลังจากนั้นนักวิชาการเหล่านี้ก็ได้เปิดสัมมนาหรือทยอยออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชา บางรายถึงกับเชิญทูตเขมรมากล่าวร้ายไทย นับว่าสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดมาตรา 120 แห่งกฎหมายอาญาว่าด้วยความมั่นคงภายนอกราชอาณาจักร อาจมีโทษถึงจำคุกตลอดชีวิต แสดงให้เห็นว่านักวิชาการเหล่านั้น ได้กระทำการเยาะเย้ยกฎหมายไทยอย่างน่าละอายเป็นอย่างยิ่ง

มาตรา ๑๒๐  ผู้ใดคบคิดกับบุคคลซึ่งกระทำการเพื่อประโยชน์ของรัฐต่างประเทศ ด้วยความประสงค์ที่จะก่อให้เกิดการดำเนินการรบต่อรัฐ หรือในทางอื่นที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี

ในกรณีขัดแย้งเรื่องชายแดนไทยกับกัมพูชา จะมีใครผู้ใดคบคิดกับบุคคลซึ่งกระทำการ เพื่อประโยชน์ของรัฐต่างประเทศหมายว่าอย่างไร? หมายความว่า ใครก็แล้วแต่พูด โฆษณา หรือเผยแพร่ข้อความที่ทำให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศเขมรก็ถือว่าได้กระทำการที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐไปแล้ว จึงมีความสุุ่มเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องเอาผิดเพื่ือรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้ 

รายแรกเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 17:15 ในการอภิปราย เรื่อง "ฝ่าวิกฤตชายแดนไทยเขมร" โดยกล่าวข้อความที่เอื้อประโยชน์ให้รัฐต่างชาติได้ประโยชน์  3 ประการ คือ (1) ไทยได้ยอมรับ แผนที่ 1:200,000 โดยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ให้สัตยาบันในสัญญาทั้ง 3 ฉบับ และ โดยคณะกรรมการผสมเป็นผู้ปักปัน ซึ่งเป็นการปักปันทั้งสองฝ่าย มิได้ทำแต่เพียงฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียว ฝ่ายไทยก็มีพล.ต. หม่อมชาติเดชอุดม เข้าร่วมเป็นประธานด้วย เมื่อพิมพ์เสร็จก็ได้เก็บไว้ตามสถานที่ต่างๆทั่วโลก จึงเป็นการถือว่ารัฐบาลสยามยอมรับการปักปัน และแผนที่ดังกล่าว (2) "เมื่อปี 2505 ศาลโลกก็ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ...มิได้เฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร แต่ได้พื้นที่ด้วย เพราะรัฐบาลจอมพลสฤษฎิ์ ได้ลากเส้นรอบพื้นที่ไว้หมดแล้ว แต่คนไทยกลับสร้างทฤษฎีว่า ได้เฉพาะตัวปราสาทพระวิหาร เหมือนกับลืมโทรศัพท์วางไว้บนโต๊ะ โดยโต๊ะยังเป็นของเรา จะตีความแบบนี้ไม่ได้ การได้ ไม่ใช่เฉพาะตัวปราสาทพระวิหารอย่างที่เราเข้าใจ เพราะไม่ใช่สังหาริมทรัพย์" (3) ศาลโลกเป็นศาลเดียวไม่มีการอุทธรณ์ คำตัดสินเป็นสิ้นสุด แต่หากรัฐบาลยืนยันการสงวนสิทธิ ต้องไปดูว่ามีอายุความหรือไม่  หรือมีข้อใดกำหนดว่าการสงวนสิทธิ มีอยู่ตราบชั่วฟ้าดินสลาย ซึ่งจริงๆไม่มีเลย ... กำหนดเวลาการสงวนสิทธิมีแค่10ปี และจนถึงปี2515 เราก็ไม่เคยมีหลักฐานใหม่ไปแสดง" แสดงว่า คนไทยยังเชื่อผิดว่า ยังสามารถสงวนสิทธิอยู่ การเผยแพร่ของนักวิชาการรายนี้ เห็นชัดเชนว่า เป็นประโยชน์ต่อกัมพูชาอย่างเด่นชัด

รายทีสอง เผยแพร่ที่มหาวิทยาลัยรังสิตว่า คนไทยหลงยึดวาทกรรมจอมพลสฤษฎิ์ โดยกล่าวว่า "...คำปราศรัยของจอมพลสฤษดิ์ ปี 2505 วาทกรรมสาระอยู่ประโยคสุดท้ายหรือสาระสำคัญอยู่ในประโยคต้นๆ ประชาชนอ่านแต่ประโยคที่ไม่ใช่สาระสำคัญ คือคำพิพากษาของศาลโลก คดีเขาพระวิหารเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ถ้าไม่ทำตามมติของศาลโลก องค์การสหประชาชาติมีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้...แต่เราจะเอากลับมาให้ได้ เพราะเรื่อง วาทกรรมของจอมพลสฤษดิ์ ...วาทกรรมของจอมพลสฤษดิ์ ถูกปลุกขึ้นมาใหม่เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพื่อบรรลุความสำเร็จของฝ่ายค้านโค่นล้มรัฐบาล และฝ่ายที่ตรงข้ามรัฐบาลตามท้องถนน เมื่อไรที่แปรเป็นฝ่ายรัฐบาล ก็จะลืมกรรมก็ตกที่ประชาชน และวาทกรรมอันที่ 3 เรื่อง "เอ็มโอยู" 2543  ตอนนี้วาทกรรมเอ็มโอยู 2543 กำลังร้อนแรงมาก...." นี่ก็เป็นเสรีภาพทางวิชาการที่นักวิชาการมหาวิทยาลัยรังสิตแสดงออกมา ด้วยสำนึกที่เห็นได้ชัดว่าเป็นประโยชน์ต่อกัมพูชา

นี่ยังไม่รวม ส.ส. กทม.ที่ถูกจับโดยทหารเขมรและโทรศัพท์มาบอกเลขานุการของนายกรัฐมนตรีว่า ตนได้ล้ำเข้าไปในแดนเขมรทั้งๆ ที่ตนเองก็ทราบว่า อยู่ในแดนไทย มิฉะนั้นจะกล้าเข้าไปอย่างไร

อีกอย่างก็คือ ผู้นำประเทศที่แสดงออกตลอดเวลาว่า คนไทย 7 คนเข้าไปในแดนกัมพูชา และยอมให้คนไปไปขึ้นศาลเขมร ทั้งๆที่ในความเป็นจริง หลักฐานก็ยืนยันชัดเจนว่า คนไทยถูกจับในแดนไทย ถูกพิพากษาเพราะศาลเขมรนำคำพูดของคนเหล่านี้ไปเป็นพยานในศาล

คนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือนักวิชาการ หากเพลิดเพลินกับเสรีภาพทางวิชาการ จนลืมรักษาประโยชน์ของประเทศชาติ จะด้วยเพราะเป็นคนไทยแต่หัวใจเขมร หรือ แสร้งโง่เขลา เพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เช่น แลกกับเงินวิจัยไม่กี่ล้านบาทซึ่งก็เป็นเงินภาษีอากรของคนไทย แต่ทำและนำผลงานเพื่อออกมาย่ำยีคนไทย ก็สมควรจะได้รับโทษทัณฑ์ที่ได้พูด ได้แสดงเผยแพร่ หรือกระทำการใดที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐ จนเป็นเหตุให้ประเทศชาติอาจต้องเสียอธิปไตยในที่สุด ...คนพวกนี้ แม้ตายก็ไม่สาสมกับเจตนาร้ายที่ไม่หวังดีต่อแผ่นดินเกิดของตนเอง โชคดีที่คนเหล่านี้เกิดในสมัยปัจจุบัน หากเป็นสมัยก่อนก็คงถูกประหารหลายชั่วโคตรมาแล้ว แต่กระนั้น คิดว่าจะหนีกรรมชั่วที่ได้ทำต่อแผ่นดินถิ่นเกิดของตนได้หรือ คงต้องมีอันเป็นไปหรือไม่มีแผ่นดินจะอยู่แน่นอน.

 

โปรดแสดงความคิดเห็น

 www.chaiyongvision.com      email: chaiyong@irmco.com

 

 

  

นายชัยยงค์ พรหมวงศ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฺฑิต กรกฎาคม ๒๕๐๙

 พระบารมีปกเกล้า--ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จพระราชทานปริญญาแก่บัณฑิต รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ประจำปีการศึกษา  ๒๕๒๔-๒๕

 

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชวโรกาส ให้พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ถ่ายภาพร่วมกับนายกสภามหาวิทยาลัย (ศ.ดร.เกษม สุวรรณกุล) อธิการบดี (รศ.ดร.ทองอินทร์ วงศ์โสธร) และรองอธิการบดี (ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ซ้ายสุด) เนื่องในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร ณ หอประชุมใหม่ สวนอัมพร มกราคม ๒๕๔๕

 

 

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต ด้านยุทธศาสตร์การพัฒนา แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ

  

 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด (ขวามือ) นำ อธิการบดี (ผ.ศ.เฉลย ภูมิพันธ์) กรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณาจารย์  เข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ ณ พระที่นั่งดุสิตาลัย เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๙

 

คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ณ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา (๒๕๔๔)

สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงอนุญาตให้รองศาสตราจารย์ ดร.นรนิติ เศรษฐบุตร เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า (แถวหน้า คนที่ 2 จากซ้าย) นำผู้บริหาร อดีตผู้บริหาร (ศ.ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ แถวหน้าขวาสุด) และเจ้าหน้าที่เข้าเฝ้าฯ ณ วังเลอดีส

คติประจำใจ

"ปราศจากความพยายามที่ทุรนทุราย จะหาความเป็นเลิศ มิได้เลย"

ดร. ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ศาสตราจารย์ ระดับ ๑๑ ในชุดครุยผู้บริหาร มสธ.นึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราชและเป็นผู้พัฒนา ระบบการสอนทางไกล "แผนมสธ."

 อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด

อธิการบดีผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมการ (Dhammakaya Open Umiversity-DOU), Asuza, California (2001-2)

อนุกรรมาธิการอุดมศึกษา วุฒิสภา และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการศึกษา ศาสนา และวัฒรธรรม วุฒิสภา

อดีต:

รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และรองอธํิการบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรม เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สถาบันพระปกเกล้า

ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

UNESCO/UNDP Expert (Indonesia, Sri Lanka, Maldives, Laos, Malaysia, Japan, India, Pakistan)