แนะนำ ประวัติ ผลงาน และทัศนะ

                            

  [การศึกษา][การวิจัย][ธรรมะกับชีวิต][เศรษฐกิจและการเมือง][พระพุทธอุบัติภูมิ] [50 ผลงานสร้างสรรค์ให้ มสธ.] [ประวัติและผลงาน]

 ประวัติและผลงาน

ฉบับย่อ       ฉบับละเอียด

มีนาคม 2553--"มีนามหาวิปโยค" หรือ "มีนาสร่างโศก" แห่งแผ่นดิน

ปีเสือ 2553 ขอให้เป็นปีวิบัติแห่งคนชั่วที่โกงชาติโกงแผ่นดิน  (โปรดคลิ้ก)

 เจ้ามูลแม้ว-พม่าหรือเขมรกลับชาติมาเกิด? (โปรกดคลิ้ก)

ช่วยคนชั่วกลับครองอำนาจหรือเดินสายขายชาติ?

ช่วงเข้าพรรษาตรงกับประเทศไทย หรืออินเดีย?-ปฎิทินจันทรคติที่ใช้ในพระพุทธศาสนา เป็นของชาติใด?

หนึ่งร่องรอยที่แสดงว่าพระพุทธศาสนามิได้เกิด

ในอินเดียหรือเนปาลแต่เกิดในประเทศไทย (ศุภกฤษฎิ์ มหารักขกะ)

สังคมการเมืองไทย:สังคมวิกฤตคุณธรรม

สังคมเมืองสารขัณฑ์สับสนอับจนคุณธรรม:ผู้นำ ผู้ตามไร้วุฒิภาวะและสามัญสำนึกหรือไม่?

คุณธรรมจริยธรรมนักการเมือง: เงื่อนไขความสำเร็จในการบริหารบ้านเมือง   

มติหวยบนดิน: ตราบุญหรือตราบาปของรัฐสภา?  

วปอ.กับงานป้องกันราชอาณาจักร: บัณฑิตได้ทำหน้าที่ปกป้องราชอาณาจักร์แล้ว หรือยัง?

ประชาธิปไตยเมืองไทยแบบพรรคเดียวกำลังละม้ายสถานการณ์

อดีตเผด็จการประชาธิปไตยของอินโดนีเซีย  

“เศรษฐาณานิคม”: วิวัฒนาการการล่าอาณานิคมจาก“อิสต์อินเดีย” ของอังกฤษในยุคเดิม มาเป็น“เทมาเสก”ของสิงคโปร์ในยุคโลกาภิวัฒน์    

  ดร.ทักษิณเก่งจริง หรือมีอะไรเป็นปัจจัยเกื้อหนุน--บุญวาสนา ความสามารถ โอกาส หรือการผู้ขาด?   

สาระสำคัญที่มิได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ: สาระที่อาจต้องใช้อำนาจตามมาตรา 7เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมือง    

คุณลักษณะ ๑๐ ประการสำหรับผู้นำประเทศ   

ผู้ว่าซีอีโอ-ความสับสนในการบริหารราชการแผ่นดิน ระหว่างการบริหารราชการกับการบริหารราชกิจ  

 

 โปรดแสดงความคิดเห็น

  บทความใหม่

ภาพพจน์นักการเมืองไทย-ไม่มียุคใดเสื่อมทรามถูกเปรียบเปรยเป็นสัตว์เหมือนยุดนี้

โดย กุหลาบแดง #22

มแทบไม่เชื่อเลยว่า จะได้เห็นความตกต่ำของการเมืองไทยที่นักการเมืองมีพฤติกรรมโกงชาติโกงแผ่นดิน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนส่วนพรรค มากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ เหมือนในพ.ศ.นี้ ในปีที่ประเทศชาติมีความแตกแยกทางความคิด นักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านไม่เป็นเดือดเป็นแค้นกับการสูญเสียแผ่นดิน และยอมให้ประเทศเพื่อนบ้านดูหมิ่นเหยียดหยามจนแทบจะไม่เหลือศักดิ์ศรีของความเป็นประเทศที่เป็นมหาอำนาจ ในแหลมทองก่อนที่จะถูกฝรั่งตาน้ำข้าวเข้ามาย่ำยี ยึดดินแดนจาก 1.2 ล้านตารางกิโลเมตรของอาณาจักรไทย จนเหลือไม่ถึงครึ่งของพื้นที่ประเทศไทยที่เคยมี

เมื่อมีประชาชนประณามนักการเมือง เชิญชวนไม่ให้ปล่อยสัตว์เข้าสภา ก็ต้องถือว่า พวกเขาคงเหลืออดจริงๆ ดัวยเหตุนี้ ผมจึงลองวิเคราะห์ดูแล้ว ก็พบว่ามีนักการเมืองหลายประเภทมีพฤติกรรมเยึ่ยงสัตว์จริงๆ ผลการวิเคราะห์ อาจไม่ดรงกับที่ผู้ชุมนุมประท้วงและเชิญชวนให้ประชาชน "Vote No" ก็ได้ ที่ผมวิเคราะห์ได้ 5 ประเภทคือ

ประเภทแรก เป็นนักการเมืองที่ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเข้ามามีอำนาจบริหารบ้านเมือง กลับปล่อยให้ผู้มีอำนาจบารมีมากกว่าชักจูงไปในทางที่ไม่เห็นประโยชน์ของแผ่นดิน หรือมีความเป็นตัวของตัวเองแต่แกล้งโง่ให้คนอื่นชักจูงเพราะเห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง เข้าทำนองสมรู้ร่วมคิด นักการเมืองพวกนี้ ก็ถูกเปรียบเป็นกระบือมีเขาแต่ไม่กล้าขวิดแต่ยอมให้เขาจงจมูก 

ประเภทที่สอง เป็นนักการเมืองที่กินไม่เลือกว่า เป็นกรวด หิน ดิน ทราย ไม่ว่าจะเป็นของสกปรกโสมมเพียงใด ชอบซ่องสุมกับพวกเดี่ยวกันที่หลบซ่อนฉ้อราษฏร์บังหลวง จนลิ้นเป็นแฉก ปลิ้นปล้อนไม่หยุดหย่อน

ประเภทที่สาม เป็นนักการเมืองที่หลงอำนาจ เพราะอำนาจทำให้เขี้ยวเล็บคม เป็นคนฉลาดแกมโกง นำความฉลาดไปใช้ในทางที่ผิด เป็นจ่าฝูงทำให้ สัตว์กลัวเกรงเพราะความแกร่งแห่งพละกำลัง ครอบงำสัตว์อื่นด้วยอำนาจบาดใหญ่เพราะเงินตราที่สามารถมัดรัดรึงสัตว์ใหญ่น้อยให้สยบ

ประเภทที่สี่ เป็นนักการเมืองเจ้าเล่ห์ หาทางโกงกินด้วยวิธีการแบบสุนัข สมสู่ไม่เลือกลูกใครเมียใคร ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล   

ประเภทที่ห้า เป็นนักการเมืองประเภทลิงหลอกเจ้า ประชาชนคือเจ้านายที่แท้จริงของส.ส. ก่อนได้รับเลือกตั้ง คนพวกนี้มืออ่อน นอบน้อมถ่อมตน แต่เพียงไม่กี่วินาทีที่ประชาชนกาบัตรเลือกคนเหล่านี้เข้าไป พวกเขาก็จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ หลอกลวง ไม่จริงใจ เห็นทุกอย่างเป็นของง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่เอาจริงก็ดีแต่พูด ทำอะไรก็ไม่เป็นเรื่องเป็นราว เหมือนวางใจให้ลิงสร้างบ้าน ร้ายยิ่งกว่า คบเด็กสร้างบ้านเสียอีก

พฤติกรรมของนักการเมืองที่วิเคราะห์ได้อย่างนี้แสดงให้เห็นศรัทธาของประชาชนที่เสื่อมสิ้นไปเพราะความโลภ โกรธ หลงของนักการเมืองเอง เพราะนักการเมืองทั้งห้าประเภทนี้ สุมหัวโกงชาติโกงแผ่นดิน ประเทศไทยจึงเป็นเหมือนคนป่วยหนัก เป็นตาลขโมย ซูบผอมเพราะเลือดจาง ที่เป็นผลจากการถูกตัวหนอน ตัวพยาธิ์รุมดูดเลือดเนื้อไม่หยุดหย่อน ทุกโครงการที่เสนอมาเพื่อบริหารประเทศก็ต้องสูญเสียไปร้อยละ 30-40 ดูดกินไปเพื่อประโยชน์พวกเขาเอง จนกลายเป็นฐานอำนาจทางการเงินและนำมาซึ่ง "ธนาธิปไตย" และทำให้ประเทศชาติปกครองด้วยระบอบ "ประชาธิปไตย" จอมปลอม เพราะผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ถูกมอมเมาด้วยอามิสสินจ้าง ส่วนใหญ่มิได้เลือกตัวแทนเพราะความรู้ความสามารถและความดี แต่เลือกเพราะเข้าจ้างให้เลือกเข้ามาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

         ดังนั้นจึงของเรียกร้องประชาชนและนักการเมืองที่ยังมีความเป็นคนได้ตั้งสติขจัดนักการเมือง ประเภทที่ไม่ใช่คน อย่าได้เข้าเสวยอำนาจทำลายชาติบ้านเมืองอีกต่อไป

  

ภาพปรับจากโปสเตอร์ Vote Noใน ผู้จัดการออนไลน์

 

โปรดแสดงความคิดเห็น

www.chaiyongvision.com email: chaiyong@irmco.com

 

เว้ปไซต์นี้ เสนอทัศนะทางเศรษฐกิจและการเมือง การศึกษา ธรรมะกับชีวิต ศิลปะวัฒนธรรม ประวัติและผลงาน การวิจัย พระพุทธอุบัติภูมิ งานสร้างสรรค์ทำให้มสธ. ฯลฯ ทุกสัปดาห์    ทัศนะที่นำเสนอในเว้ปไซต์นี้ เป็นของ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ไม่จำเป็นต้องสะท้อนองค์กรที่เคยสังกัดหรือกำลังสังกัดในปัจจุบัน

พุทธอุบัติภูมิ Buddha's Birthplace  

 

     

  

นายชัยยงค์ พรหมวงศ์ เข้ารับพระราชทานปริญญาครุศาสตร์มหาบัณฺฑิต กรกฎาคม ๒๕๐๙

 พระบารมีปกเกล้า--ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากเสด็จพระราชทานปริญญาแก่บัณฑิต รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ประจำปีการศึกษา  ๒๕๒๔-๒๕

 

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชวโรกาส ให้พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ถ่ายภาพร่วมกับนายกสภามหาวิทยาลัย (ศ.ดร.เกษม สุวรรณกุล) อธิการบดี (รศ.ดร.ทองอินทร์ วงศ์โสธร) และรองอธิการบดี (ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ซ้ายสุด) เนื่องในวันรับพระราชทานปริญญาบัตร ณ หอประชุมใหม่ สวนอัมพร มกราคม ๒๕๔๕

 

 

ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต ด้านยุทธศาสตร์การพัฒนา แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ

  

 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด (ขวามือ) นำ อธิการบดี (ผ.ศ.เฉลย ภูมิพันธ์) กรรมการสภามหาวิทยาลัย และคณาจารย์  เข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ ณ พระที่นั่งดุสิตาลัย เมื่อวันจันทร์ที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๙

 

คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เข้าเฝ้าเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิต แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ณ สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา (๒๕๔๔)

สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงอนุญาตให้รองศาสตราจารย์ ดร.นรนิติ เศรษฐบุตร เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า (แถวหน้า คนที่ 2 จากซ้าย) นำผู้บริหาร อดีตผู้บริหาร (ศ.ดร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์ แถวหน้าขวาสุด) และเจ้าหน้าที่เข้าเฝ้าฯ ณ วังเลอดีส

คติประจำใจ

"ปราศจากความพยายามที่ทุรนทุราย จะหาความเป็นเลิศ มิได้เลย"

ดร. ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ศาสตราจารย์ ระดับ ๑๑ ในชุดครุยผู้บริหาร มสธ.นึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราชและเป็นผู้พัฒนา ระบบการสอนทางไกล "แผนมสธ." อุปนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด